Repository

(สำหรับคำแนะนำสั้นๆเกี่ยวกับหลักการทำงานของ Mercurial ลองอ่าน [:ThaiUnderstandingMercurial:ทำความเข้าใจ Mercurial])

ถ้าจะพูดกันให้ถูกแล้วคำว่า repository นั้นหมายถึงไดเร็คทอรี่ชื่อ .hg (จุด hg) ในไดเร็คทอรี่รากของ repository มากกว่า ไดเร็คทอรี่รากก็คือไดเร็คทอรี่ที่เป็นบรรพบุรุษของไดเร็คทอรี่ .hg Mercurial เก็บโครงสร้างข้อมูลต่างๆ – หรือที่เรียกว่าเมตาดาต้า – ภายในไดเร็คทอรี่ .hg นี้

เราเรียกไฟล์และไดเร็คทอรี่ทั้งหมดที่อยู่ในไดเร็คทอรี่เดียวกับ .hg ว่าอยู่ใน[:WorkingDirectory:ไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน]

วิธีง่ายๆสำหรับจำก็คือ ให้จำว่า repository คือที่ๆเก็บประวัติของโปรเจค ส่วนไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงานคือเนื้อหา ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในประวัติของโปรเจค

คุณสามารถระบุที่อยู่ repository ในเครื่องของคุณโดยใช้ path ของไดเร็คทอรี่รากของ repository (ใช้กับตัวเลือก -R ในคำสั่งต่างๆ)

บางครั้งผู้ใช้และผู้พัฒนา Mercurial ใช้คำว่า "repository" เวลาพูดถึงไดเร็คทอรี่ราก แต่จริงๆแล้วไดเร็คทอรี่ .hg ต่างหากที่เป็น repository "ตัวจริง"

TableOfContents

การสร้าง repository

การทำ[:ThaiClone:สำเนา]ของ repository ด้วยคำสั่ง hg clone เป็นวิธีนึงในการสร้าง repository ใหม่จาก repository ที่มีอยู่

นอกจากนั้นคุณยังสามารถแปลงไดเร็คทอรี่ที่มีอยู่แล้วแต่ไม่ถูกเก็บประวัติเป็น repository ด้วยคำสั่ง hg init ซึ่งจะสร้างไดเร็คทอรี่ย่อย .hg ให้พร้อมใช้งาน

การเริ่มเก็บประวัติไฟล์

ถ้าคุณต้องการเริ่มเก็บประวัติของไฟล์ที่อยู่ในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน คุณจะต้องเพิ่มไฟล์เหล่านั้นเข้าไปใน Mercurial โดยใช้คำสั่ง hg add จากนั้นคุณสามารถ[:Commit:คอมมิท][:LocalModifications:การแก้ไขบนเครื่อง]ที่เกิดขึ้นกับไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติโดยใช้คำสั่ง hg commit ซึ่งจะทำการสร้าง[:ThaiChangeSet:เซ็ตการแก้ไข]ใน repository ในไดเร็คทอรี่ .hg

คุณสามารถย้อนเนื้อหาในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงานกลับไปเป็นเซ็ตการแก้ไขที่ถูกคอมมิทไปแล้วเวอร์ชั่นใดก็ได้โดยใช้คำสั่ง hg update พร้อมกับระบุ [:ChangeSetID:รหัสประจำเซ็ตการแก้ไข] ใช้คำสั่ง hg parents เพื่อดูเวอร์ชั่นของไฟล์ที่อยู่ในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้งาน (ดู [:Parent:บรรพบุรุษ])

คุณสามารถยกเลิกคอมมิทครั้งสุดท้ายใน repository ได้ด้วยคำสั่ง hg rollback (ดู [:Rollback])

การถ่ายโอนประวัติการแก้ไข

คุณสามารถถ่ายโอนเซ็ตการแก้ไขจาก repository หนึ่งไปสู่อีก repository ได้โดยใช้คำสั่ง hg pull, hg push, hg export และ hg import (ดู [:Pull:การดึงประวัติการแก้ไข], [:Push:การผลักประวัติการแก้ไข], [:Export:การส่งออกประวัติการแก้ไข], [:Import:การนำเข้าประวัติการแก้ไข], [:CommunicatingChanges])

การตรวจสอบความสมบูรณ์

คุณสามารถตรวจสอบสภาพของ repository ว่าเนื้อหาของไดเร็คทอรี่ .hg มีความสมบูรณ์ถูกต้องหรือไม่โดยใช้คำสั่ง hg verify

โครงสร้าง

ไดเร็คทอรี่ .hg ประกอบไปด้วย (ในที่นี่ระบุรายละเอียดเพียงบางส่วนเท่านั้น):

สำหรับ revlog ที่มีขนาดเล็กไฟล์ข้อมูลของ revlog (revlog data file) ซึ่งมีนามสกุล (*.d) อาจจะไม่มีอยู่ เพราะว่าเนื้อหาทั้งหมดของไฟล์อาจแทรกอยู่ในไฟล์ดัชนี้ (index file) ซึ่งมีนามสกุล (*.i) อยู่แล้ว (ลองดู [:RevlogNG])

การทำสำรอง

การทำสำรอง repository นั้นสามารถทำได้โดยการผลัก/ดึง/ทำสำเนา repository ต้นฉบับ สำหรับ repository ที่ไม่ค่อยถูกแก้ไขบ่อยๆ (โดยโปรเซสอื่นๆที่ทำงานอยู่บนเครื่องเดียวกัน) คุณสามารถทำสำรองได้โดยใช้วิธีทำสำรองไดเร็คทอรี่/ไฟล์ปกติ (เช่น tar, zip, ฯลฯ) ไดเร็คทอรี่ .hg นั้นมีคุณสมบัติทนต่อ [:CaseFolding:case folding] ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถคัดลอกไดเร็คทอรี่นี้ไปที่ระบบไฟล์แบบ FAT ได้ (ลองดู [:BackUp], [:CaseFoldingPlan])

ข้อมูลเพิ่มเติม


CategoryGlossary CategoryThai