Size: 5426
Comment: Translate first part of Repository page to Thai.
|
Size: 9985
Comment: Translate the rest into Thai.
|
Deletions are marked like this. | Additions are marked like this. |
Line 14: | Line 14: |
Sometimes Mercurial users and developers also use the term "repository" when referring to the repository root. But strictly speaking, the `.hg` directory is the "real" repository. | บางครั้งผู้ใช้และผู้พัฒนา Mercurial ใช้คำว่า "repository" เวลาพูดถึงไดเร็คทอรี่ราก แต่จริงๆแล้วไดเร็คทอรี่ `.hg` ต่างหากที่เป็น repository "ตัวจริง" |
Line 19: | Line 19: |
=== Creation === | === การสร้าง repository === |
Line 21: | Line 21: |
Repositories can be [:Clone:cloned] with {{{hg clone}}}, which creates a copy of an existing repository. | การทำ[:ThaiClone:สำเนา]ของ repository ด้วยคำสั่ง {{{hg clone}}} เป็นวิธีนึงในการสร้าง repository ใหม่จาก repository ที่มีอยู่ |
Line 23: | Line 23: |
An existing, already populated but yet untracked directory can be transformed into a repository with {{{hg init}}}, which creates and initializes the {{{.hg}}} subdirectory. | นอกจากนั้นคุณยังสามารถแปลงไดเร็คทอรี่ที่มีอยู่แล้วแต่ไม่ถูกเก็บประวัติเป็น repository ด้วยคำสั่ง {{{hg init}}} ซึ่งจะสร้างไดเร็คทอรี่ย่อย {{{.hg}}} ให้พร้อมใช้งาน |
Line 26: | Line 26: |
=== Tracking Files === | === การเริ่มเก็บประวัติไฟล์ === |
Line 28: | Line 28: |
A file in the working directory that shall be tracked by Mercurial must be added with {{{hg add}}}. [:LocalModifications:Local modifications] to tracked files in the working directory can be [:Commit:committed] with {{{hg commit}}}, which adds a new [:ChangeSet:changeset] to the repository by recording it in the {{{.hg}}} directory. | ถ้าคุณต้องการเริ่มเก็บประวัติของไฟล์ที่อยู่ในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน คุณจะต้องเพิ่มไฟล์เหล่านั้นเข้าไปใน Mercurial โดยใช้คำสั่ง {{{hg add}}} จากนั้นคุณสามารถ[:Commit:คอมมิท][:LocalModifications:การแก้ไขบนเครื่อง]ที่เกิดขึ้นกับไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติโดยใช้คำสั่ง {{{hg commit}}} ซึ่งจะทำการสร้าง[:ChangeSet:เซ็ตการแก้ไข]ใน repository ในไดเร็คทอรี่ {{{.hg}}} |
Line 30: | Line 30: |
The working directory can be restored with {{{hg update}}} to any previously committed state by specifying the requested changeset with its [:ChangeSetID:changeset ID]. Use {{{hg parents}}} to see the currently checked out revision (see [:Parent]). |
คุณสามารถย้อนเนื้อหาในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงานกลับไปเป็นเซ็ตการแก้ไขที่ถูกคอมมิทไปแล้วเวอร์ชั่นใดก็ได้โดยใช้คำสั่ง {{{hg update}}} พร้อมกับระบุ [:ChangeSetID:รหัสประจำเซ็ตการแก้ไข] ใช้คำสั่ง {{{hg parents}}} เพื่อดูเวอร์ชั่นของไฟล์ที่อยู่ในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้งาน (ดู [:Parent:บรรพบุรุษ]) |
Line 33: | Line 32: |
The last commit in a repository can be undone with {{{hg rollback}}} (see [:Rollback]). | คุณสามารถยกเลิกคอมมิทครั้งสุดท้ายใน repository ได้ด้วยคำสั่ง {{{hg rollback}}} (ดู [:Rollback]) |
Line 36: | Line 35: |
=== Transferring Changesets === | === การถ่ายโอนประวัติการแก้ไข === |
Line 38: | Line 37: |
Changesets can be transferred from one repository to another with {{{hg pull}}}, {{{hg push}}}, {{{hg export}}} and {{{hg import}}} (see [:Pull], [:Push], [:Export], [:Import], [:CommunicatingChanges]). | คุณสามารถถ่ายโอนเซ็ตการแก้ไขจาก repository หนึ่งไปสู่อีก repository ได้โดยใช้คำสั่ง {{{hg pull}}}, {{{hg push}}}, {{{hg export}}} และ {{{hg import}}} (ดู [:Pull:การดึงประวัติการแก้ไข], [:Push:การผลักประวัติการแก้ไข], [:Export:การส่งออกประวัติการแก้ไข], [:Import:การนำเข้าประวัติการแก้ไข], [:CommunicatingChanges]) |
Line 41: | Line 40: |
=== Checking Integrity === | === การตรวจสอบความสมบูรณ์ === |
Line 43: | Line 42: |
Checking the internal integrity of a repository (the contents of {{{.hg}}}) can be done with {{{hg verify}}}. | คุณสามารถตรวจสอบสภาพของ repository ว่าเนื้อหาของไดเร็คทอรี่ {{{.hg}}} มีความสมบูรณ์ถูกต้องหรือไม่โดยใช้คำสั่ง {{{hg verify}}} |
Line 46: | Line 45: |
=== Structure === | === โครงสร้าง === |
Line 48: | Line 47: |
The {{{.hg}}} directory of a repository contains (incomplete listing): | ไดเร็คทอรี่ {{{.hg}}} ประกอบไปด้วย (ในที่นี่ระบุรายละเอียดเพียงบางส่วนเท่านั้น): |
Line 50: | Line 49: |
* The [:Manifest:manifest] — Files {{{.hg/store/00manifest.i}}} and {{{.hg/store/00manifest.d}}} Describes the file contents of the repository at a particular changeset ID. Stored in [:Revlog:revlog] format. * The [:Changelog:changelog] — Files {{{.hg/store/00changelog.i}}} and {{{.hg/store/00changelog.d}}} Contains all changesets. Stored in revlog format. * A revlog per tracked file — Files {{{.hg/store/data/<encoded path>.i}}} and {{{.hg/store/data/<encoded path>.d}}} {{{<encoded path>}}} is the path of the tracked file in the working directory, encoded according to [:CaseFoldingPlan]. * The [:DirState:dirstate] — File {{{.hg/dirstate}}} Tracks various information about the working directory. |
* [:Manifest:มานิเฟสต์] — ประกอบไปด้วยไฟล์ {{{.hg/store/00manifest.i}}} และ {{{.hg/store/00manifest.d}}} ซึ่งทำหน้าที่ระบุเนื้อหาของไฟล์ใน repository ในแต่ละเซ็ตการแก้ไขว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ไฟล์มานิเฟสต์ถูกเก็บในรูปแบบ [:Revlog:revlog] * [:Changelog:บันทึกการแก้ไข] — ประกอบไปด้วยไฟล์ {{{.hg/store/00changelog.i}}} และ {{{.hg/store/00changelog.d}}} ซึ่งเก็บเซ็ตการแก้ไขทั้งหมด บันทึกการแก้ไขถูกเก็บในรูปแบบ revlog เช่นกัน * หนึ่ง revlog ต่อไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติ — สำหรับแต่ละไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติจะประกอบไปด้วยไฟล์ {{{.hg/store/data/<encoded path>.i}}} และ {{{.hg/store/data/<encoded path>.d}}} {{{<encoded path>}}} คือ path ของไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน ซึ่งถูกเข้ารหัสตาม [:CaseFoldingPlan] * ไฟล์ [:DirState:dirstate] — ประกอบไปด้วยไฟล์ {{{.hg/dirstate}}} มีหน้าที่เก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน |
Line 59: | Line 58: |
Note that for small revlogs, the revlog data file ({{{*.d}}}) may be missing, because its content may be interleaved into the corresponding index file ({{{*.i}}}) (see also [:RevlogNG]). | สำหรับ revlog ที่มีขนาดเล็กไฟล์ข้อมูลของ revlog (revlog data file) ซึ่งมีนามสกุล ({{{*.d}}}) อาจจะไม่มีอยู่ เพราะว่าเนื้อหาทั้งหมดของไฟล์อาจแทรกอยู่ในไฟล์ดัชนี้ (index file) ซึ่งมีนามสกุล ({{{*.i}}}) อยู่แล้ว (ลองดู [:RevlogNG]) |
Line 62: | Line 61: |
=== Backup === | === การทำสำรอง === |
Line 64: | Line 63: |
Backing up a repository can be done by using push/pull/clone to a backup repository. A repository which is not actively written to (by other processes concurrently running on the computer) can be backed-up by backing-up the repo directory using normal directory/file backup procedures (like tar, zip, etc). The {{{.hg}}} directory is [:CaseFolding:case folding] tolerant, which means, it can for example be copied onto a FAT filesystem (see also [:BackUp], [:CaseFoldingPlan]). | การทำสำรอง repository นั้นสามารถทำได้โดยการผลัก/ดึง/ทำสำเนา repository ต้นฉบับ สำหรับ repository ที่ไม่ค่อยถูกแก้ไขบ่อยๆ (โดยโปรเซสอื่นๆที่ทำงานอยู่บนเครื่องเดียวกัน) คุณสามารถทำสำรองได้โดยใช้วิธีทำสำรองไดเร็คทอรี่/ไฟล์ปกติ (เช่น tar, zip, ฯลฯ) ไดเร็คทอรี่ {{{.hg}}} นั้นมีคุณสมบัติทนต่อ [:CaseFolding:case folding] ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถคัดลอกไดเร็คทอรี่นี้ไปที่ระบบไฟล์แบบ FAT ได้ (ลองดู [:BackUp], [:CaseFoldingPlan]) |
Line 67: | Line 66: |
=== See also === | === ข้อมูลเพิ่มเติม === |
Repository
(สำหรับคำแนะนำสั้นๆเกี่ยวกับหลักการทำงานของ Mercurial ลองอ่าน [:ThaiUnderstandingMercurial:ทำความเข้าใจ Mercurial])
ถ้าจะพูดกันให้ถูกแล้วคำว่า repository นั้นหมายถึงไดเร็คทอรี่ชื่อ .hg (จุด hg) ในไดเร็คทอรี่รากของ repository มากกว่า ไดเร็คทอรี่รากก็คือไดเร็คทอรี่ที่เป็นบรรพบุรุษของไดเร็คทอรี่ .hg Mercurial เก็บโครงสร้างข้อมูลต่างๆ – หรือที่เรียกว่าเมตาดาต้า – ภายในไดเร็คทอรี่ .hg นี้
เราเรียกไฟล์และไดเร็คทอรี่ทั้งหมดที่อยู่ในไดเร็คทอรี่เดียวกับ .hg ว่าอยู่ใน[:WorkingDirectory:ไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน]
วิธีง่ายๆสำหรับจำก็คือ ให้จำว่า repository คือที่ๆเก็บประวัติของโปรเจค ส่วนไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงานคือเนื้อหา ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในประวัติของโปรเจค
คุณสามารถระบุที่อยู่ repository ในเครื่องของคุณโดยใช้ path ของไดเร็คทอรี่รากของ repository (ใช้กับตัวเลือก -R ในคำสั่งต่างๆ)
บางครั้งผู้ใช้และผู้พัฒนา Mercurial ใช้คำว่า "repository" เวลาพูดถึงไดเร็คทอรี่ราก แต่จริงๆแล้วไดเร็คทอรี่ .hg ต่างหากที่เป็น repository "ตัวจริง"
การสร้าง repository
การทำ[:ThaiClone:สำเนา]ของ repository ด้วยคำสั่ง hg clone เป็นวิธีนึงในการสร้าง repository ใหม่จาก repository ที่มีอยู่
นอกจากนั้นคุณยังสามารถแปลงไดเร็คทอรี่ที่มีอยู่แล้วแต่ไม่ถูกเก็บประวัติเป็น repository ด้วยคำสั่ง hg init ซึ่งจะสร้างไดเร็คทอรี่ย่อย .hg ให้พร้อมใช้งาน
การเริ่มเก็บประวัติไฟล์
ถ้าคุณต้องการเริ่มเก็บประวัติของไฟล์ที่อยู่ในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน คุณจะต้องเพิ่มไฟล์เหล่านั้นเข้าไปใน Mercurial โดยใช้คำสั่ง hg add จากนั้นคุณสามารถ[:Commit:คอมมิท][:LocalModifications:การแก้ไขบนเครื่อง]ที่เกิดขึ้นกับไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติโดยใช้คำสั่ง hg commit ซึ่งจะทำการสร้าง[:ChangeSet:เซ็ตการแก้ไข]ใน repository ในไดเร็คทอรี่ .hg
คุณสามารถย้อนเนื้อหาในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงานกลับไปเป็นเซ็ตการแก้ไขที่ถูกคอมมิทไปแล้วเวอร์ชั่นใดก็ได้โดยใช้คำสั่ง hg update พร้อมกับระบุ [:ChangeSetID:รหัสประจำเซ็ตการแก้ไข] ใช้คำสั่ง hg parents เพื่อดูเวอร์ชั่นของไฟล์ที่อยู่ในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้งาน (ดู [:Parent:บรรพบุรุษ])
คุณสามารถยกเลิกคอมมิทครั้งสุดท้ายใน repository ได้ด้วยคำสั่ง hg rollback (ดู [:Rollback])
การถ่ายโอนประวัติการแก้ไข
คุณสามารถถ่ายโอนเซ็ตการแก้ไขจาก repository หนึ่งไปสู่อีก repository ได้โดยใช้คำสั่ง hg pull, hg push, hg export และ hg import (ดู [:Pull:การดึงประวัติการแก้ไข], [:Push:การผลักประวัติการแก้ไข], [:Export:การส่งออกประวัติการแก้ไข], [:Import:การนำเข้าประวัติการแก้ไข], [:CommunicatingChanges])
การตรวจสอบความสมบูรณ์
คุณสามารถตรวจสอบสภาพของ repository ว่าเนื้อหาของไดเร็คทอรี่ .hg มีความสมบูรณ์ถูกต้องหรือไม่โดยใช้คำสั่ง hg verify
โครงสร้าง
ไดเร็คทอรี่ .hg ประกอบไปด้วย (ในที่นี่ระบุรายละเอียดเพียงบางส่วนเท่านั้น):
[:Manifest:มานิเฟสต์] — ประกอบไปด้วยไฟล์ .hg/store/00manifest.i และ .hg/store/00manifest.d
ซึ่งทำหน้าที่ระบุเนื้อหาของไฟล์ใน repository ในแต่ละเซ็ตการแก้ไขว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ไฟล์มานิเฟสต์ถูกเก็บในรูปแบบ [:Revlog:revlog]
[:Changelog:บันทึกการแก้ไข] — ประกอบไปด้วยไฟล์ .hg/store/00changelog.i และ .hg/store/00changelog.d
- ซึ่งเก็บเซ็ตการแก้ไขทั้งหมด บันทึกการแก้ไขถูกเก็บในรูปแบบ revlog เช่นกัน
หนึ่ง revlog ต่อไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติ — สำหรับแต่ละไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติจะประกอบไปด้วยไฟล์ .hg/store/data/<encoded path>.i และ .hg/store/data/<encoded path>.d
<encoded path> คือ path ของไฟล์ที่ถูกเก็บประวัติในไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน ซึ่งถูกเข้ารหัสตาม [:CaseFoldingPlan]
ไฟล์ [:DirState:dirstate] — ประกอบไปด้วยไฟล์ .hg/dirstate
- มีหน้าที่เก็บข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับไดเร็คทอรี่สำหรับใช้ทำงาน
สำหรับ revlog ที่มีขนาดเล็กไฟล์ข้อมูลของ revlog (revlog data file) ซึ่งมีนามสกุล (*.d) อาจจะไม่มีอยู่ เพราะว่าเนื้อหาทั้งหมดของไฟล์อาจแทรกอยู่ในไฟล์ดัชนี้ (index file) ซึ่งมีนามสกุล (*.i) อยู่แล้ว (ลองดู [:RevlogNG])
การทำสำรอง
การทำสำรอง repository นั้นสามารถทำได้โดยการผลัก/ดึง/ทำสำเนา repository ต้นฉบับ สำหรับ repository ที่ไม่ค่อยถูกแก้ไขบ่อยๆ (โดยโปรเซสอื่นๆที่ทำงานอยู่บนเครื่องเดียวกัน) คุณสามารถทำสำรองได้โดยใช้วิธีทำสำรองไดเร็คทอรี่/ไฟล์ปกติ (เช่น tar, zip, ฯลฯ) ไดเร็คทอรี่ .hg นั้นมีคุณสมบัติทนต่อ [:CaseFolding:case folding] ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถคัดลอกไดเร็คทอรี่นี้ไปที่ระบบไฟล์แบบ FAT ได้ (ลองดู [:BackUp], [:CaseFoldingPlan])
ข้อมูลเพิ่มเติม
[:ManPages]
[:RepoSamples]